การใช้เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเพื่อพัฒนาดัชนีชี้วัดศักยภาพเชิงพื้นที่ในการส่งเสริมการปลูกพืชเศรษฐกิจ: กรณีศึกษาลำไยและลิ้นจี่ ในเขต 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน

บทคัดย่อ

          การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และเทคนิควิธีในการตัดสินใจเพื่อการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ และประเมินศักยภาพของพื้นที่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และกระบวนวิธีในการตัดสินใจการปลูกพืชเศรษฐกิจ ลำไยและลิ้นจี่ ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน พะเยา และแม่ฮ่องสอน โดยการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ที่เป็นระบบที่ใช้ในการวิเคราะห์ รวบรวมและจัดการข้อมูลเชิงพื้นที่ ผนวกกับเทคนิควิธีทางการตัดสินใจ คือ วิธีฟัซซี่เซต (Fuzzy Set Theory) เพื่อใช้เป็นตัวแทน ความไม่แน่นอน (uncertainty) และความคลุมเครือ (vagueness) ด้วยสูตรทางคณิตศาสตร์และเพื่อใช้เป็นเครื่องมือสำหรับจัดการความคลาดเคลื่อน ซึ่งใช้ฟังก์ชันสามเหลี่ยม (triangular membership function) และวิธีการกำหนดค่าน้ำหนักและค่าลำดับชั้นแบบกระบวนการลำดับชั้นเชิงวิเคราะห์ (Analytic Hierarchy Process: AHP) ในการพัฒนาระบบช่วยตัดสินใจ เพื่อช่วยเหลือในการประเมินศักยภาพของพื้นที่ รวมไปถึงการใช้เทคนิควิธีในการพยากรณ์ปริมาณผลผลิตด้วยโครงข่ายประสาทเทียมซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้ในการพยากรณ์ในกรณีที่มีความซับซ้อนของปัจจัย เพื่อให้สามารถนำผลการศึกษาไปใช้ในการวางแผนจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ซึ่งผลจากการดำเนินงานพบว่าในการสร้างดัชนีชี้วัดเพื่อทำการประเมินศักยภาพเชิงพื้นที่ในการปลูกลิ้นจี่จะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านแหล่งน้ำมาเป็นอันดับแรก ตามมาด้วยปัจจัยด้านอุณหภูมิเฉลี่ย ลักษณะดิน ความอุดมสมบูรณ์ของดินตามลำดับ ในขณะที่ปัจจัยด้านอื่นๆ ให้ความสำคัญในระดับที่ต่ำกว่าลดหลั่นกันลงไป เนื่องจากลิ้นจี่เป็นพืชที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจึงต้องให้ความสำคัญกับเรื่องน้ำและอุณหภูมิมาเป็นอันดับแรก ในขณะที่ลำไยนั้นกลุ่มตัวอย่างจะให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านความอุดมสมบูรณ์ของดินมากมาเป็นอันดับหนึ่ง เนื่องจากในการปลูกลำไยนั้น เกษตรกรมุ่งเน้นที่ปริมาณของผลผลิตเป็นหลัก ความอุดมสมบูรณ์ของดินซึ่งมีผลต่อปริมาณผลผลิตจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ความอุดมสมบูรณ์ของดินยังส่งผลถึงปริมาณของปุ๋ยที่เกษตรกรต้องใช้ในพื้นที่ซึ่งส่งผลโดยตรงกับต้นทุนในการเพาะปลูกของเกษตรนั่นเอง ในขณะการนำดัชนีไปใช้เพื่อประเมินศักยภาพเชิงพื้นที่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์พบว่าผลการวิเคราะห์ที่ได้มีความถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพพื้นที่จริงโดยพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการปลูกลิ้นจี่อยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดเชียงราย พะเยา รวมไปถึงตอนบนของจังหวัดเชียงใหม่ ในขณะที่ผลการวิเคราะห์พื้นที่เหมาะสมในการปลูกลำไยอยู่ในบริเวณพื้นที่ บางส่วนทางด้านตะวันออกของจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน ลำปาง เชียงราย พะเยา แพร่ และตอนกลางของจังหวัดน่าน
          ทางด้านการพิจารณาแบบจำลองที่เหมาะสมสำหรับการพยากรณ์พบว่า แบบจำลองที่เหมาะสมกับลิ้นจี่มีโหนดชั้นซ่อนตัวที่ 4 โหนด มีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำสุดที่ 1.11 และแบบจำลองที่เหมาะสมกับลำไยมีโหนดชั้นซ้อนตัวที่ 7 โหนด มีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำสุดที่ 3.25 จากผลการทดสอบแบบจำลองทั้งสองที่ได้พัฒนาขึ้นมามีค่าความคลาดเคลื่อนสัมบูรณ์อยู่ในระบบที่ยอมรับได้ จากความเห็นของเกษตรกรผู้ปลูก ซึ่งสามารถนำไปใช้ในการพยากรณ์หรือคาดการปริมาณผลผลลิตของลำไยและลิ้นจี่ในอนาคตได้ในอนาคตได้

วัตถุประสงค์
  1. พัฒนาองค์ความรู้สำหรับการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และเทคนิควิธีในการตัดสินใจเพื่อการพัฒนาระบบสนับสนุนการตัดสินใจ
  2. ประเมินศักยภาพของพื้นที่ในการปลูกพืชเศรษฐกิจ ลำไยและลิ้นจี่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์และกระบวนวิธีในการตัดสินใจ
พื้นที่ดำเนินการ
         ครอบคลุม 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน ได้แก่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ น่าน พะเยา ลำพูน ลำปาง และแม่ฮ่องสอน
 

poster_Gn.pdf

  • PDF
  • 367.24 kB